Atlantica
posted on 22 Oct 2009 08:51 by 5050110041เกม online ใหม่ ได้เล่นเพราะเพื่อนแนะนำ
พอลองเล่นแล้วพบว่า สนุกดี คล้ายๆเกมแนว RPG ในเครื่องเกมต่างๆเลย
เกม online ใหม่ ได้เล่นเพราะเพื่อนแนะนำ
พอลองเล่นแล้วพบว่า สนุกดี คล้ายๆเกมแนว RPG ในเครื่องเกมต่างๆเลย
เลือกใช้สีสำหรับเว็บไซต์
สีสันในเว็บเพจเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ เนื่องจากสิ่งแรกที่ผู้ใช้มองเห็นจากเว็บก็คือสี ซึ่งเป็นสิ่งกำหนดบรรยากาศและความรู้สึกโดยรวมของเว็บไซต์ เราสามารถที่จะใช้สีกับทุกองค์ประกอบของเว็บเพจตั้งแต่รูปภาพ ตัวอักษร สีพื้นหลัง การใช้สีที่เหมาะสมจะช่วยในการสื่อความหมายของเนื้อหา
ประโยชน์ของสีในเว็บไซต์
สามารถชักนำสายตาผู้อ่านไปยังทุกบริเวณในหน้าเว็บเพจที่เราต้องการได้ เช่นข้อมูลใหม่ หรือโปรโมชั่นพิเศษ
สีช่วยเชื่อมโยงบริเวณที่ได้รับการออกแบบเข้าด้วยกัน
สีสามารถใช้ในการแบ่งบริเวณต่างๆออกจากกัน
สีสามารถใช้ในการดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน
สีสามารถสร้างอารมณ์โดยรวมของเว็บเพจ
ช่วยจัดระเบียบให้กับข้อความต่างๆ เช่นใช้สีแยกระหว่างหัวเรื่องกับเนื้อเรื่อง
สามารถส่งเสริมเอกลักษณ์ขององค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆ
การผสมสี
มี 2 แบบ
การผสมแบบบวก Additive mixing จะเป็นรูปแบบการผสมของแสง ไม่ใช่การผสมของวัตถุที่มีสีบนกระดาษ
การผสมแบบลบ Subtractive mixing ไม่เกี่ยวข้องกับแสง แต่เกี่ยวเนื่องกับการดูดกลืนและสะท้อนแสงของวัตถุต่างๆ
การนำไปใช้
การผสมสีแบบบวก จะนำไปใช้ในสื่อใดๆ ที่ใช้แสงส่องออกมา เช่นจอโปรเจคเตอร์ ทีวี หรือจอมอนิเตอร์
การผสมสีแบบลบ จะนำไปใช้ในสื่อที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุมีสี เช่น ภาพวาด รูปปั้น หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ
วงล้อสี
เป็นรูปแบบหนึ่งในการจัดเรียงสีทั้งหมดไว้ในวงกลม และเป็นการจัดลำดับเฉดสีอย่างมีเหตุผลและง่ายต่อการนำไปใช้
-วงล้อสีแบบลบ Subtractive Color Wheel
-วงล้อสีแบบบวก Additive Color Wheel
สีที่เป็นกลาง Neutral Colors
คือกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในวงล้อสี เพราะเป็นสีที่ไม่ได้รับอิทธิพลมาจากสีอื่น ซึ่งก็คือสีเทา,ขาว,ดำ
สีอ่อน สีเข้มและโทนสีTint Shade and Tone
ในการผสมสีกลางเข้ากับสีบริสุทธิ์ จะเกิดเป็นสีต่างๆ จำนวนมากมาย
- สีบริสุทธ์ผสมกับสีขาว จะได้เป็นสีอ่อน tint of the hue
- สีบริสุทธิ์ผสมกับสีเทา จะได้เป็นโทนสีระดับต่างๆ tone of the hue
- สีบริสุทธิ์ผสมกับสีดำจะได้สีเข้ม shade of the hue
สีอ่อน สีเข้ม และโทนสีมีประโยชน์อย่างมากในการจัดชุดสี เพราะทำให้สีหนึ่งๆสามารถแสดงออกและให้ความรู้สึกได้หลากหลายแบบยิ่งขึ้น
ความกลมกลืนของสี
ความเป็นระเบียบของสี ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงสมดุลและความสวยงามในเวลาเดียวกัน
การใช้สีที่จืดชืดเกินไป จะทำให้เกิดความรู้สึกที่น่าเบื่อ และไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ และการใช้สีที่มากเกินไป ก็จะดูวุ่นวาย ขาดระเบียบ และอาจสร้างความสับสนให้กับผู้ชมได้
รูปแบบชุดสีสามารถจัดเป็นกลุ่มง่ายดังนี้
1.ชุดสีร้อนประกอบไปด้วยสีม่วงแกมแดง แดงแกมม่วง
แดง ส้ม เหลือง และเขียวอมเหลือง สีเหล่านี้สร้างความอบอุ่น สบาย
2.ชุดสีเย็น ประกอบด้วยสีม่วง น้ำเงิน
น้ำเงินอ่อน ฟ้า น้ำเงินแกมเขียว และสีเขียว ชุดสีเย็นให้ความรู้สึกเย็นสบาย
ดูสุภาพ เรียบร้อย
3.ชุดสีแบบเดียว เป็นรูปแบบชุดสีที่ง่ายที่สุด
คือมีค่าของสีบริสุทธิ์เพียงสีเดียว แต่งเพิ่มความหลากหลายโดยการเพิ่มความเข็มอ่อนในระดับต่างๆ
ชุดสีนี้จะค่อนข้างมีความกลมกลืนเห็นหนึ่งเดียว
แต่งบางครั้งดูไม่มีชีวิตวีวา
4.ชุดสีแบบสามเส้า เป็นชุดสีที่อยู่มีมุมของสามเหลี่ยมด่านเท่าทั้งสาม
ซ้นเป็นสีที่มีระยะห่างในวงล้อสีเท่ากัน จึงมีความเข้ากันอย่างลงตัว
5.ชุดสีที่คล้ายคลึงกัน ประกอบด้วยสี 2 หรือ
3สีที่อยู่ติดกันในวงล้อ สามารถเพิ่มเป็น 4 หรือ5 สีก็ได้
แต่อาจส่งผลให้ขอบเขตของสีกว้างไป
6.ชุดสีตรงข้าม คือสีคู่ที่อยู่ตรงข้ามกันในวงล้อ
เมื่อนำสีทั้งสองมาใช้คู่กันจะทำให้สีทั้งสองมีความสว่างสดใส
7.ชุดสีตรงข้ามข้างเคียง
เป็นชุดสีที่เปลี่ยนแปลงมาจากชุดสีตรงข้าม ชุดสีแบบนี้มีความสดใส สะดุดตา
และเข้ากันของสีลดลงด้วย
8.ชุดสีตรงข้ามข้างเคียงทั้ง 2 ด้าน
ดัดแปลงมาจากชุดสีตรงข้างเช่นกัน แต่สีตรงข้างทั้ง 2 สีถูกแบ่งแยกเป้นสีด้านข้างทั้ง
2 ด้าน
จะมีความสดใส แต่ความกลมกลืนของสีลดลง
กระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ Web Development Processes
กระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ Web Development Processes
1.จัดระบบโครงสร้างข้อมูล(Information Architecture)
การจัดระบบโครงสร้างข้อมูลเป็นพื้นฐานในการออกแบบเว็บไซท์ที่ดี ได้แก่
รูปแบบการนำเสนอ ระบบการทำงานแบบจำลอง ระบบเนวิเกชัน และอินเตอร์เฟสของเว็บ
ดังนั้น การจัดระบบโครงสร้างข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการออกแบบเว็บไซต์
การพิจารณาว่า เว็บควรจะมีข้อมูลและการทำงานใดบ้าง โดยเริ่มจากการกำหนดเป้าหมาย
กลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย เนื้อหาและการใช้งานที่จำเป็น นำมาจัดกลุ่มให้เป็นระบบ
ซึ่งระบบโครงสร้างของข้อมูลแบ่งออกได้ 5 Phase ดังนี้
Phase 1 :สำรวจปัจจัยสำคัญ (Research)
Phase 2:พัฒนาเนื้อหา (Site Content)
Phase 3:พัฒนาโครงสร้างเว็บไซท์ (Site Structure)
Phase 4:ออกแบบ และพัฒนาหน้าเว็บ (Visual Design)
Phase 5:พัฒนาและดำเนินการ (Production & Operation)
Phase 1 :สำรวจปัจจัยสำคัญ (Research)
1. รู้จักตัวเอง-กำหนดเป้าหมายและสำรวจความพร้อม
2. เรียนรู้ผู้ใช้-ระบุกลุ่มผู้ใช้และศึกษาความต้องการการ
3. ศึกษาคู่แข่ง-สำรวจการแข่งขันและการเรียนรู้คู่แข่ง
• สิ่งที่ได้รับ
1. เป้าหมายหลักของเว็บ
2. ความต้องการของผู้ใช้
3. กลยุทธ์ในการแข่งขัน
Phase 2:พัฒนาเนื้อหา (Site Content)
4. สร้างกลยุทธ์การออกแบบ
5. หาข้อสรุปขอบเขตเนื้อหา
• สิ่งที่ได้รับ
1. แนวทางการออกแบบเว็บ
2. ขอบเขตเนื้อหาและการใช้งาน
3. ข้อมูลที่ถูกจัดอย่างเป็นระบบ
Phase 3:พัฒนาโครงสร้างเว็บไซท์ (Site Structure)
6. จัดระบบข้อมูล
7. จัดทำโครงสร้างข้อมูล
8. พัฒนาระบบเนวิเกชัน
• สิ่งที่ได้รับ
1. แนวทางการออกแบบเว็บ
2. ขอบเขตเนื้อหาและการใช้งาน
3. ข้อมูลที่ถูกจัดอย่างเป็นระบบ
Phase 4:ออกแบบ และพัฒนาหน้าเว็บ (Visual Design)
9. ออกแบบลักษณะหน้าตาเว็บ
10. พัฒนาเว็บต้นแบบและข้อกำหนดสุดท้าย
• สิ่งที่ได้รับ
1. ลักษณะหน้าตาของเว็บ
2. เว็บต้นแบบที่จะใช้ในการพัฒนา
3. รูปแบบโครงสร้างของเว็บ
4. ข้อกำหนดในการพัฒนาเว็บ
Phase 5:พัฒนาและดำเนินการ (Production & Operation)
11. ลงมือพัฒนาเว็บ
12. เปิดเว็บไซท์
13. ดูแลและพัฒนาต่อเนื่อง
สิ่งที่ได้รับ
1. เว็บที่สมบูรณ์
2. เปิดตัวเว็บและทำให้เป็นที่รู้จัก
3. แนวทางการดูแลและพัฒนาต่อไป